ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ดูยังไง: ดาว 1–5 หมายถึงอะไร + ฉลากโฉมใหม่ 2569
คำตอบสั้น: ฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่มีระดับประสิทธิภาพ 6 ระดับ คือ ไม่มีดาว และ 1–5 ดาว ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัด [1] แต่สิ่งที่ใช้เทียบเครื่องได้ตรงที่สุดคือค่าไฟฟ้าต่อปีที่พิมพ์อยู่บนฉลาก ให้เทียบเฉพาะเครื่องประเภทและขนาดเดียวกัน
ฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ 2569 เปลี่ยนอะไร
- รวม 2 ฉลากเป็นหนึ่งเดียว: กฟผ. และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) รวม "ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5" กับ "ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง" เป็น "ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5" [1]
- สังเกตง่าย: มีเส้นโค้งสีฟ้าใต้เลข 5 [2]
- ครอบคลุม 45 ผลิตภัณฑ์ เช่น ตู้เย็น แอร์ พัดลม หม้อหุงข้าว หลอด LED เครื่องฟอกอากาศ เริ่มวางจำหน่าย 16 ม.ค. 2569 [3]
- ฉลากเดิมแบบมีดาว (ใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567) ขยายจาก 1–3 ดาวเป็น 1–5 ดาว [4] จึงอาจเจอทั้งฉลากเก่าและใหม่ปนกันในร้าน
อ่านฉลากทีละช่อง
| ช่องบนฉลาก [1] | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| จำนวนดาว (ไม่มี / 1–5) | บอกระดับประสิทธิภาพในประเภทสินค้านั้น ใช้คัดรอบแรก |
| ค่าไฟฟ้าต่อปี | ตัวเลขสำคัญที่สุด ใช้เทียบเงินที่จะจ่ายจริง |
| ค่าประสิทธิภาพ | เทียบเครื่องประเภทเดียวกัน (เช่น ค่า SEER ของแอร์) |
| การลด CO2 | ปริมาณคาร์บอนที่ลดได้ตลอดการใช้งาน |
| QR Code | สแกนดูข้อมูลการใช้ ติดตั้ง และดูแลรักษา |
ดาวมากขึ้นคุ้มเงินเพิ่มไหม: คิดแบบนี้
สูตร: เงินที่ประหยัดต่อปี = (วัตต์เครื่อง A − วัตต์เครื่อง B) × ชั่วโมงต่อวัน × 365 ÷ 1,000 × 3.95 บาท [5] แล้วเอาส่วนต่างราคาเครื่องหารด้วยเงินที่ประหยัดได้ จะได้จำนวนปีที่คืนทุน
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): พัดลม 50 วัตต์ เทียบรุ่นดาวมากกว่า 40 วัตต์ เปิดวันละ 8 ชม. → 10 × 8 × 365 ÷ 1,000 = 29.2 หน่วย/ปี × 3.95 = ประหยัดราว 115 บาท/ปี ถ้ารุ่นใหม่แพงกว่า 300 บาท จะคืนทุนราว 2.6 ปี ซึ่งคุ้มถ้าใช้พัดลมนานกว่านั้น
หลักเดียวกันใช้กับแอร์และตู้เย็นได้ และเพราะเครื่องพวกนี้กินไฟมากและเปิดนาน ส่วนต่างต่อปีจึงมักมากกว่าพัดลมหลายเท่า ถ้าเลือกเครื่องที่เปิดนาน ดาวจึงมีผลกับค่าไฟมาก
ข้อควรระวังก่อนซื้อพัดลมหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 (อ่านก่อน)
- เทียบดาวข้ามประเภทไม่ได้: แอร์ 5 ดาวกับพัดลม 5 ดาวใช้เกณฑ์คนละชุด
- เทียบขนาดต่างกันไม่ได้: แอร์ 18,000 BTU 3 ดาวอาจกินไฟมากกว่า 9,000 BTU 1 ดาว ให้ดู "ค่าไฟต่อปี" แทน
- ค่าไฟต่อปีบนฉลากคิดจากชั่วโมงใช้งานมาตรฐาน ถ้าบ้านเราเปิดนานกว่า ค่าไฟจริงจะสูงกว่า
- ร้านออนไลน์บางร้านเขียน "เบอร์ 5" ในชื่อสินค้าโดยไม่โชว์ฉลาก ควรขอดูรูปฉลากจริงหรือสแกน QR Code บนฉลากก่อนสั่ง
ข้อดีของการเลือกรุ่นดาวมาก
- ค่าไฟต่อปีต่ำกว่าเมื่อเทียบเครื่องประเภทและขนาดเดียวกัน
- ฉลากมี QR Code ให้สแกนดูข้อมูล ตรวจได้ว่าเป็นฉลากจริง [1]
เทียบทางเลือก: ซื้อพัดลมเบอร์ 5 ใหม่ หรือไม่ต้องซื้อ
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อแลก |
|---|---|---|
| ใช้พัดลมเดิมต่อ (ไม่ต้องซื้อ) | เครื่องเดิมยังดีและเปิดวันละไม่กี่ชั่วโมง | เงินที่ประหยัดได้จากรุ่นใหม่อาจน้อยกว่าราคาเครื่อง ใช้สูตรข้างบนคิดก่อน |
| พัดลมเบอร์ 5 ดาวมาก | เครื่องเดิมเสียหรือต้องซื้อใหม่อยู่แล้ว และเปิดนานทุกวัน | ราคาอาจสูงกว่ารุ่นดาวน้อย |
| เปิดพัดลมร่วมกับแอร์ แทนการลดอุณหภูมิแอร์ | บ้านที่ใช้แอร์อยู่แล้ว | ไม่ได้ลดค่าไฟเสมอไป ขึ้นกับวิธีใช้ |
ใครไม่ควรซื้อตอนนี้: คนที่พัดลมเดิมยังใช้ได้ดีและเปิดไม่นาน และคนที่ร้านไม่โชว์รูปฉลากจริง ปุ่มด้านล่างพาไปหน้าค้นหา/สินค้าบน Shopee ควรเช็กฉลาก ค่าไฟต่อปี และประกันในหน้าร้านเอง
ดูพัดลมฉลากเบอร์ 5 บน Shopeeอ่านต่อ: พัดลมพกพา vs พัดลมตั้งพื้นเบอร์ 5 vs แอร์ ค่าไฟต่อปีต่างกันเท่าไร
สรุป
ใช้ดาวคัดรอบแรก แล้วตัดสินด้วย "ค่าไฟต่อปี" ของเครื่องประเภทและขนาดเดียวกัน ถ้ารุ่นที่ดาวมากกว่าแพงกว่า ให้คำนวณจำนวนปีคืนทุนด้วยสูตรข้างบน เครื่องที่เปิดนานทุกวันอย่างแอร์และตู้เย็นคุ้มที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อดาวที่มากกว่ามากที่สุด ส่วนถ้าเครื่องเดิมยังดี การใช้ต่อมักคุ้มกว่าการรีบซื้อใหม่
แหล่งอ้างอิง
- กฟผ. — เจาะลึก "ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5" โฉมใหม่ (30 ม.ค. 2569)
- กฟผ. — บ้านและอาคารเบอร์ 5: ฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่
- โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 — 30 ปี ฉลากเบอร์ 5 (45 ผลิตภัณฑ์ วางจำหน่าย 16 ม.ค. 2569)
- กฟผ. — ฉลากเบอร์ 5 ติดดาวโฉมใหม่ 1–5 ดาว (เริ่ม 1 ม.ค. 2567)
- กกพ. — ค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาท/หน่วย งวด ก.ย.–ธ.ค. 2569